ฐานข้อมูลงานวิจัยกองพัฒนากิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง
ประวัติ-ปรัชญา-วิสัยทัศน์-โครงสร้างการบริหารการบริการวิชาการ
Administration in Accountingสาขาวิชาการท่องเที่ยวMANAGEMENTBUSINESS COMPUTERCOMMUNICATION ART
หน้าแรก ข้อมูลทั่วไป หลักสูตรโปรแกรมวิชาต่างๆ กระดานสนทนา ดาวน์โหลดเอกสาร ฐานข้อมูลงานวิจัย สำหรับผู้ดูแลระบบจัดการข้อมูล
สายตรงอธิการบดี : มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง

หัวข้อคำถาม  การจัดการความรู้ด้านการวิจัยตอนที่ 1: มือใหม่หัดทำวิจัย
โดย
คุณ สัจจา ไกรศรรัตน์

10 มิ.ย. 2554 เวลา 14:35 น.
การจัดการความรู้ด้านการวิจัยตอนที่ 1: มือใหม่หัดทำวิจัย

ท่านรองวางแผนของคณะวิทยาการจัดการบอกว่า สัจจา เป็นผู้มีความรู้ และประสบการณ์เกี่ยวกับทำวิจัย (เพราะเห็นว่าทำมาหลายเรื่องแล้ว) ท่านก็เลยอยากให้มาลองเล่าประสบการณ์ในการทำวิจัยให้เพื่อนๆชาวคณะวิทยาการจัดการฟังหน่อยซิว่า ในการดำเนินงานวิจัยนั้นมีแนวคิดในการทำวิจัยอย่าง ไร ถ้าจะต้องทำวิจัยควรจะเริ่มต้นอย่างไร (พี่เค้าบอกว่าให้เอาจากประสบการณ์ของตนเองมาเล่าให้ฟัง จนมาถึงบาง....อ้อ วันนี้เองว่า คุณพี่รองวางแผนกำลังจะเอาขบวนการ KM มาใช้กับงานวิจัย และสัจจา ก็คือเป้าหมายที่จะถูกสกัดองค์ความรู้ Tacit Knowledge (ที่มีอยู่น้อยนิด และฝังลึก) ให้ออกมาเป็นความรู้ Explicit Knowledge เพื่อที่จะนำความรู้ที่ได้ไปพัฒนาศักยภาพด้านการวิจัยของบุคลากรในคณะต่อไป
คำขอจากท่านรองวางแผนนี้นับเป็นสัญญาณ ที่จะบอกให้ทราบว่า บัดนี้ KM ได้เริ่มขึ้นแล้วในคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ในฐานะของการเป็นผู้เล่าประสบการณ์ จะขอแบ่งแยกย่อยเนื้อหาที่จะเล่าสู่เพื่อนๆ เรียงลำดับหัวข้อตามความถนัดของผู้เล่าประสบการณ์ ส่วนใครที่ใจร้อนอยากจะเจาะลึกไปเลยในบางประเด็นเพื่อหวังผลของการแลกเปลี่ยนเทคนิควิธีปฏิบัติจริง ก็สามารถยิงคำถามตรงมาที่สัจจาได้เลย หรือจะแอบเอาคำถามไปวางไว้ที่ข้างโต๊ะทำงานของท่านรองวางแผนก็แล้วแต่สะดวกค่ะ
เนื้อหาในตอนนี้ขอส่งเสียงไปยังเพื่อนๆ ชาวคณะวิทยาการจัดการที่กำลังรีรอ อยากจะทำวิจัยแต่ว่าไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ท่านอาจารย์ .ธานินทร์ ศิลปะจารุ (2544 หน้า 4-6) ซึ่งเป็นอาจารย์ที่สอนวิจัยของดิฉันในสมัยเรียน ป.โทบอกว่า ขั้นตอนของการดำเนินงานวิจัยมันมีขั้นตอนของการทำงานดังนี้
1. การเลือกหัวข้อการวิจัยและการกำหนดประเด็นปัญหา: ผู้วิจัยจะต้องกำหนดหัวข้องานวิจัยที่ต้องการจะทำก่อนเป็นลำดับแรก โดยจะต้องพิจารณาว่าหัวข้อที่ต้องการทำนั้นมีประเด็นปัญหาอะไร ทำไปแล้วจะก่อให้เกิดประโยชน์อย่างไร ในขั้นตอนนี้ผู้วิจัยจำเป็นต้องศึกษาและรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่างๆ ที่เชื่อถือได้มาใช้ในการอ้างอิง สนับสนุนประเด็นปัญหาและหัวข้องานวิจัย
2. กำหนดวัตถุประสงค์ของงานวิจัย: การกำหนดวัตถุประสงค์ของการวิจัยจะต้องกำหนดให้สอดคล้องกับหัวข้องานวิจัยและประเด็นปัญหาของการวิจัย
3. กำหนดประชากรและกลุ่มตัวอย่าง: กำหนดกลุ่มเป้าหมายที่จะใช้ในการเก็บข้อมูล ถ้าต้องการศึกษาทุกหน่วยของข้อมูลจะต้องเก็บข้อมูลจากประชากร แต่ถ้าต้องการเพียงบางหน่วยของข้อมูลจะเป็นการเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างในขั้นนี้ผู้วิจัยจะต้องกำหนดว่าจะเก็บข้อมูลจากใคร เก็บได้ที่ไหน ขนาดของกลุ่มตัวอย่างเป็นอย่างไร และใช้วิธีการใดในการสุ่มตัวอย่าง
4. การเลือกและสร้างเครื่องมือในการวิจัย: กำหนดรูปแบบของเครื่องมือทื่ใช้ในการวิจัยให้เหมาสม แล้วจึงลงมือสร้างเครื่องมือให้ครอบคลุมตามวัตถุประสงค์ของการวิจัย
5. เก็บรวบรวมข้อมูล: กำหนดวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยจัดทำเป็นแผนงานในการเก็บรวบรวมข้อมูลระบุการใช้ทรัพยากร งบประมาณและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ
6. วิเคราะห์และแปลผลข้อมูล: การนำข้อมูลที่เก็บรวบรวมได้มาลงรหัส เพื่อนำไปวิเคราะห์ผลทางสถิติและแปลผลที่ได้จากการวิจัย
7. เขียนรายงานผลการวิจัย: เป็นการนำเสนอผลที่ได้จากการวิจัย ตามรูปแบบของหน่วยงานหรือหลักเกณฑ์ของสถานศึกษาต่างๆ ที่กำหนดไว้

ลำดับขั้นตอนการทำวิจัยเหล่านี้มันเป็นกระบวนการที่ลำดับขั้นตอนของการเกิดก่อนหลัง แต่ละขั้นตอนจะเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน นักวิจัยจะไม่สามารถกำหนดวัตถุประสงค์ได้ถ้าหากนักวิจัยไม่สามารถระบุได้ว่าปัญหาหรือสิ่งที่เราอยากรู้มันก็อะไร หรือนักวิจัยจะไม่สามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้เลยถ้าหากว่ายังไม่มีการเก็บรวบรวมข้อมูลมาก่อน เป็นต้น ดังนั้นงานวิจัยจึงควรเริ่มต้นที่ปัญหา หัวข้อ ประเด็น หรือ หัวเรื่องที่เพื่อนๆ พี่น้องสนใจอยากจะค้นคว้าหาคำตอบ ( เพื่อนๆ มีปัญหาในใจหรือยังค่ะ) ถ้ายังไม่มีก็ลองดูวิธีการเลือกหัวข้อหรือปัญหาการวิจัยเหล่านี้เป็นแนวทางค่ะ

เริ่มต้นที่ขั้นตอนที่ 1. การเลือกปัญหาหรือหัวข้อในการทำวิจัย

มีพี่หลายคนในคณะบอกสัจจาว่า “พี่อยากทำวิจัยแต่ไม่รู้จะทำหัวข้ออะไร” พี่ไม่รู้จะไปหาหัวข้อวิจัยจากไหน” คำถามเหล่านี้ดิฉันคิดว่า คำตอบมันอยู่ในตัวของผู้ถามนั่นเอง ในฐานะของมือใหม่ ดิฉันคิดว่า แนวทางการเลือกหัวข้อการทำวิจัยควรเริ่มต้นที่ตัวของนักวิจัย เองดังนี้
1. นักวิจัยมือใหม่ควรเลือกหัวข้อที่ตรงกับความสนใจของตัวเอง: คนเริ่มต้นทำวิจัยใหม่ ต้องการกำลังใจและ ต้องการแรงจูงใจในการทำงาน ความสนใจจะเป็นแรงจูงใจที่สำคัญตัวหนึ่งในการกระตุ้น ผลักดันให้ผู้วิจัยเกิดการติดตามค้นคว้า เพื่อให้โครงการวิจัยบรรลุเป้าหมาย ไม่เบื่อหน่ายต่อการแก้ไขปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น และสนุกกับการทำงาน อันจะส่งผลต่อทัศนคติเชิงบวกต่อการทำวิจัยในอนาคต นักวิจัยมือใหม่ไม่ควรเริ่มต้นงานวิจัยด้วยการฝืนใจตัวเองทำวิจัยในหัวข้อที่ตัวเองไม่รัก ถึงแม้นว่าหัวข้อที่จะทำการวิจัยนั้นจะมีความสำคัญมากทั้งในแง่เศรษฐกิจสังคม และกำลังอยู่ในความสนใจของคนทั่วไป หากผู้ที่จะทำวิจัยไม่มีความสนใจในหัวข้อนั้นๆ ก็อย่าพึ่งเข้าไปในกระแสเพราะสุดท้าย เราจะเบื่อไม่สนุก เซ็ง อาการท้อแท้จะตามมา และจะส่งผลให้เข็ดขยาดงานวิจัย หรือมีทัศนคติเชิงลบต่อการทำวิจัยได้ ลองถามตัวเองดูนะค่ะว่า เราสนใจเรื่องอะไรบ้างท่านอาจจะพบหัวข้อการวิจัยจากคำถามนี้
2. นักวิจัยมือใหม่ควรเลือกปัญหาหรือหัวข้อการวิจัยที่ตรงกับความสามารถของตนเอง: หลังจากที่นักวิจัยมือใหม่มีหัวข้อที่สนใจแล้วลองเอาหัวข้อนั้นมาพิจารณากับความรู้ความสามารถที่มีอยู่ในตัวของนักวิจัย ลองวิเคราะห์และถามตัวเองว่า “เรามีความสามารถที่จะทำวิจัยเรื่องนี้ได้หรือไม่” เพราะในการทำวิจัยให้บรรลุผลสำเร็จนั้นต้องอาศัยความรู้ ความเข้าใจ และความสามารถในด้านต่างๆ เช่น ความสามารถในการเก็บรวบรวมข้อมูล การเลือกใช้สถิติ การวิเคราะห์ข้อมูล การตีความความ สรุป และให้ข้อเสนอแนะ หากนักวิจัยทำเรื่องที่ตัวเองไม่มีความถนัดก็เสมือนกับพาตัวเองเดินเข้าสูงอุโมงค์ที่มืดมิด ท่านจะต้องไปเจอปัญหาอื่นๆ ตามมาอีกมากมาย เพื่อนของดิฉันคนหนึ่งเป็นวิศวกรการผลิตแต่เลือกที่จะทำวิจัยเรื่องการวิเคราะห์งบการเงิน ซึ่งตนเองไม่มีความถนัด อ่านงบการเงินก็ไม่เป็น เมื่อวิเคราะห์ตัวเลขทางการเงินออกมาก็ตีความไม่ได้ สุดท้ายต้องไปหาบุคคลที่สามซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านการเงินมาช่วย การดำเนินงานวิจัยต้องอยู่ในภาวะพึ่งพิงคนอื่นๆตลอด อย่างนี้จะหาความสุขจากการทำงานได้ที่ไหนจริงไหมค่ะในส่วนตัวของดิฉันเองได้มีโอกาสเข้าไปเดินป่าศึกษาธรรมชาติของป่าอำเภอสวนผึ้ง พบว่าผืนป่าภาคตะวันแห่งนี้มีความน่าสนใจ มีหลายสิ่งอยากจะศึกษาค้นคว้า ดิฉันสนใจอยากจะศึกษา “ผืนป่าภาคตะวันตกกับการเป็นแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติ” แต่พอได้ไปเดินป่าจริงๆ จึงพบว่า ตัวเองไม่มีศักยภาพที่จะทำงานวิจัยเรื่องนี้ได้ เพราะดิฉันไม่มีความรู้เรื่องนิเวศวิทยา เรื่องพรรณไม้ ต้นไม้ สัตว์ป่า ดิฉันจะมีต้นอะลูมิไร้ (อะไรไม่รู้) มากมาย ซึ่งหากจะฝืนทำไปจริงๆ คงต้องใช้เวลาหลายปีในการค้นคว้าหาข้อมูล ถึงเวลานั้นผืนป่าแหล่งนี้อาจจะหมดไปแล้วก็เป็นได้.
ทั้งสองหัวข้อนั้นเป็นเคล็ดสำหรับนักวิจัยมือใหม่ในการเลือกหัวข้อการวิจัย แต่ถ้าท่านที่ผ่านการเป็นมือใหม่มาแล้วจะเตรียม Turn Pro เข้าสู่มืออาชีพ แต่ยัง งงๆ กับการหาทางช่องทางและหัวข้อการทำวิจัย ก็ลองไป Shopping หัวข้อการทำวิจัย จากแหล่งทุนต่างๆ เช่น จากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช) หรือ สำนักงานกองทุนสนับสนุนงานวิจัย (สกว) ซึ่งจะมีการประกาศให้ทุนสนับสนุนการวิจัยในประเด็นต่างๆ ทุกปี หรืออาจจะหยิบหัวข้อการวิจัยมาจาก ประเด็น hot ของสังคม เช่น ปัญหาการคอรับชั่น ปัญหาความรุนแรงในสังคม หรือประเด็นเกี่ยวกับการสมานฉันท์ของคนในสังคมไทยเป็นต้น
ไม่ว่าจะได้ประเด็นปัญหาหรือหัวข้อการวิจัยมาจากวิธีการใด เมื่อได้หัวข้อมาก็ถือว่าเราได้เริ่มนับหนึ่งแล้ว เราจะเริ่มนับสอง สามสี่กันต่อในคราวหน้าค่ะ ซึ่งจะเป็นการนำหัวข้อการวิจัยมาพัฒนาเป็นโครงร่างการวิจัย (Proposal)

อ้างอิง
ธานินทร์ ศิลปจารุ. (2544) คู่มือการวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรม SPSS, สถาบันการจัดการธุรกิจด้วยคอมพิวเตอร์, นิด้าการพิมพ์: กรุงเทพมหานคร


สัจจา ไกรศรรัตน์
ผู้เล่าเรื่อง
คำตอบที่ 8       รายละเอียดคำตอบ

Azia

29 พ.ค. 2559 เวลา 21:09 น.
http://ljikxpj.com">Knwgoedle wants to be free, just like these articles!

คำตอบที่ 7       รายละเอียดคำตอบ

Roxy

29 พ.ค. 2559 เวลา 13:56 น.
The expretise shines through. Thanks for taking the time to answer.

คำตอบที่ 6       รายละเอียดคำตอบ

wopiazy

7 ต.ค. 2555 เวลา 08:53 น.
jC1VIn http://ivputkndrbhr.com/">ivputkndrbhr

คำตอบที่ 5       รายละเอียดคำตอบ

Wahid

5 ต.ค. 2555 เวลา 13:36 น.
Gee whiz, and I thugoht this would be hard to find out.

คำตอบที่ 4       รายละเอียดคำตอบ

สังเวียน คำรุณ

22 ต.ค. 2554 เวลา 10:03 น.
อยากให้นักการศึกษา หรือผู้ที่กำลังศึกษาวิจัยทำเรื่อง ปํญหาความรุนแรงจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มาของปัญหาความรุนแรงจังหวัดชายแดนภาคใต้
ผลประโยชน์ใต้ดินชายแดนภาคใต้ เหล่านี้เป็นต้นเพื่อเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาของรัฐบาล และเพื่อให้ประชาชนส่วนใหญ่ได้รับรู้ รับทราบถึงปัญหาต่างๆ เสร็จแล้วให้นำงานวิจัยเหล่านั้นมาวิเคราะห์อีกครั้งหนึ่ง

คำตอบที่ 3       รายละเอียดคำตอบ

ผศ.อัจฉริยา โชติกลาง

20 ก.ค. 2554 เวลา 18:31 น.
เห็นด้วยกับคุณขอบคุณ แต่เนื่องจากความรู้ดังกล่าวข้างต้น เป็นเพียงการเล่าจากประสบการณ์ ของบุคคลหนึ่งในกลุ่มของคนที่เข้าร่วมเล่าประสบการณ์ ถือว่าเป็นแค่จุดเริ่มต้น หากคุณขอบคุณเข้ามาอ่านและมีความคิดเห็นต่อเรื่องการวิจัยหรือมีประสบการณ์ที่เห็นว่าเป็นประโยชน์ ขอควากรุณาช่วยแลกเปลี่ยนให้คนอื่นได้รับทราบด้วยจักเป็นพระคุณอย่างสูง ซึงหากเราได้ข้อมูลจากหลายๆ ประสบการณ์เราจะเอามาสรุปเป็น Km เกี่ยวกับวิจัยเพื่อใช้ประโยชน์ต่อไปในอนาคต ขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้

คำตอบที่ 2       รายละเอียดคำตอบ

ขอบคุณ

12 ก.ค. 2554 เวลา 14:19 น.
อย่างนี้ไม่เรียกว่า "การเล่าจากประสบการณ์" นะครับแต่เป็นการ copy มาจากตำรับ...ซึ่งก็เหมือนอ่านตำรา และมีประโยชน์กับผู้ทำงานวิจัยน้อย เพราะเป็นสิ่งที่ทุกท่านต้องได้รับจากการเรียนก่อนทำการวิจัยอยู่แล้ว
เป็นไปได้ควรเป็นเทคนิค ประสบการณ์ จากผู้ทำงานวิจัยที่ค่อนข้างเก่ง หรือทำมาแล้วหลายๆเล่ม อย่างนี้พื้นๆๆครับท่าน...

คำตอบที่ 1       รายละเอียดคำตอบ

เเนตรัคุคุคุ

15 มิ.ย. 2554 เวลา 20:33 น.
คุค คึคfsdsfsdfdsfds

ผู้อ่าน: 15108 ครั้ง

ตอบโดย คุณ :
 รายละเอียดคำตอบ :
                            รหัสส่งข้อมูล : 
ป้อนรหัส : 
กรุณาพิมพ์อักษรให้เหมือนในรูปภาพ
 
 

งานบริหารการคลังและทรัพย์สิน:- ยินดีต้อนรับ
:::::::: LINK ::::::::::::
Cheqa
.
.